วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2551

แบ่งปันสิ่งดีๆ จากพี่สู่น้อง ม.6/12 จ้ะ!















โครงการนี้พี่ให้น้อง
( โครงการแบ่งปันสิ่งดีดี จากพี่สู่น้อง 17 มิถุนายน 2551 ณ โรงเรียนวัดใดยาว ชั้น ม.6/12 )

O โครงการสานฝัน ผองพี่แบ่งปัน ค่าคือน้ำใจ
ความเสียสละ พันธะยิ่งใหญ่ อายุเยาว์วัย นิสัยสร้างธรรม
O ช่วยเหลือเพื่อน้อง โรงเรียนชั้นสอง ขาดทุนอุปถัมภ์
พิบูลฯม.ปลาย จุดหมายจึงทำ โครงการมุ่งนำ กิจกรรมพัฒนา
O หกทับสิบสอง พวกเราทั้งผอง สี่สิบห้าชีวา
ร่วมมือร่วมจิต อุทิศศรัทธา ประชุมปรึกษา ปัญหาโครงการ
O มติตกลง พร้อมกันฟันธง พื้นที่ทำงาน
ร.ร.วัดไดยาว แบกกราวด์พ้องพาน สอดคล้องประสาน เลือกผ่านพร้อมเพรียง
O สิบเจ็ดมิ.ย. ทุกห้องเฝ้ารอ สอดรับขับเสียง
รถบัสรถเมล์ ฮาเฮสำเนียง เคลื่อนล้อรายเรียง เทียบเคียงคาราวาน
O สมุดดินสอ ฟุตบอลตะกร้อ ขนรอเตรียมงาน
เสียงกลองตีแข่ง น้ำแข็งน้ำหวาน คนขนบ่นอาน สนุกสนานครื้นเครง
O รถแล่นเรื่อยเรื่อย กินทางเอื่อยเอื่อย อย่างไม่รีบเร่ง
เสียงกลองรัวเร้า คลอเคล้าเสียงเพลง ซาเสียงบรรเลง โคลงเคลงถึงพลัน
O ธงชาติไหวไหว มองเห็นแต่ไกล ตื่นใจทั่วกัน
รถจอดสนิท ดวงจิตตื้นตัน ศิษย์น้อยของฉัน พร้อมกันต้อนรับ
O เด็กไร้เดียงสา มองสบสายตา กระเฉงกระฉับ
มีท่าทางดื้อ มีซื่อคำนับ บ้างก็ไหว้รับ ประทับจิตใจ
O เสร็จพิธีการ สิ่งของมอบผ่าน ผ.อ.รับไว้
ท่านให้โอวาท ซึ้งบาดหทัย ประทับทรวงใน ใครใครอิ่มเอม
O กิจกรรมดำเนิน เหนื่อยก็เพลิดเพลิน เพราะจิตเกษม
บางกลุ่มสอนน้อง บ้างร้องเล่นเกม นักร้องโนเนม ปรีดิ์เปรมทั้งวัน
O ไม้ดอกไม้ประดับ สวนหย่อมงามสรรพ ชวนหฤหรรษ์
เพื่อนเพื่อนช่วยสาน ช่วยงานพร้อมกัน สามัคคีมั่น เสร็จพลันสมปอง
O บ่ายน้อมอำลา จากพร้อมน้ำตา ทั้งพี่ทั้งน้อง
เสียงเพลงสะอื้น เฝื่อนฝืนทำนอง ไร้ซึ่งเสียงกลอง พี่น้องผูกพัน
O โครงการเสร็จสิ้น กลับคืนสู่ถิ่น แห่งสถาบัน
พิบูลฯฝังปลูก เพื่อลูกของท่าน จะไม่ลืมวัน สร้างฝันโครงการฯ.

นายศักดิ์สิทธิ์ นามสุวรรณ
ครูที่ปรึกษาโครงการฯ
18 มิถุนายน 2551

วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2551

นางเอกในวรรณคดี 4 - ละเวงวัณฬา / กฤษณา



ละเวงวัณฬา
นางละเวงวัณฬาเป็นหญิงฝรั่ง ธิดาของของกษัตริย์เมืองลังกา และเป็นน้องสาวของอุษเรนผู้เป็นคู่หมั้นของนางสุวรรณมาลี เมื่อนางอายุได้ ๑๖ ปีนางต้องสูญเสียบิดาและพี่ชายไปในสงครามสู้รบระหว่างเมืองลังกาและเมืองผลึกเพื่อแย่งชิงนางสุวรรณมาลีกลับคืนจากพระอภัยมณี แม้จะเสียใจจนคิดที่จะฆ่าตัวตายตามพ่อและพี่ชายไป แต่ด้วยความแค้นและภาวะที่บ้านเมืองกำลังขาดผู้นำ นางจึงขึ้นครองเมืองลังกาแทนบิดา และตั้งใจแน่วแน่ที่จะแก้แค้นแทนบิดาและพี่ชายให้จงได้
นางละเวงวัณฬาเป็นผู้มีทิฐิมานะและใจแข็ง บุคลิกนี้ก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในจิตใจของนาง คือนางหลงรักพระอภัยมณี ซึ่งถือเป็นศัตรูของนาง จนเกือบที่จะทำให้นางต้องทุกข์ใจและสูญเสียคนรักไป เพราะความมีทิฐิของนาง แต่ในที่สุดนางก็พ่ายแพ้ต่อความรัก ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจทำตามความปรารถนาของตนที่ถูกต้อง หากนางไม่ทำเช่นนี้แล้ว นางละเวงก็จะสูญเสียคนรักและไม่มีความสุขในชีวิต ดังนั้นจะเห็นว่าการมีทิฐิมานะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นและไม่ใช่หนทางในการแก้ปัญหา หากแต่การแก้ปัญหาที่ดี ต้องตัดสินใจโดยใช้ความคิดที่รอบคอบ
นางกฤษณา
นางกฤษณาเป็นตัวละครในมหาภารตะ เป็นราชธิดาของท้าวทุรบทแห่งกรุงปัญจาล นางมีผิวดำจึงชื่อว่า " กฤษณา " แต่ถึงดำก็งามหยดย้อยดังลงมาจากเมืองฟ้านะ นางได้ทำพิธีสยุมพรเลือกคู่ซึ่งได้พระอรชุน ด้วยความดีใจพระอรชุนจึงรีบไปบอกนางกุนตี ผู้เป็นมารดาว่า " ได้ของดีอันยิ่งใหญ่มา " โดยไม่ได้เห็นว่าเป็นสิ่งใดนางกุนตีจึงสั่งให้แบ่งปันสิ่งนั้นแก่พี่น้องปาณฑพ ทั้ง 5 ด้วยกัน เพื่อไม่ให้ผิดคำสั่งแม่ ทั้งฤาษีวยาสได้กล่าวว่า ตามเทพลิขิตของนางเทราปาที (อีกชื่อหนึ่งของนางกฤษณา)จะต้องเป็นชายาของปาณฑพทั้ง 5 อยู่แล้ว นางจึงอยู่กับพี่น้องทั้งห้า โดยเปลี่ยนเวรกันคนละ 2 คืน ตามลำดับ ต่อมานางต้องตกระกำลำบากมากมายเพราะสามีของนางต้องเสียบ้านเสียเมืองเนื่องจากแพ้พนันสกาแก่ทุรโยชน์ นางต้องอยู่ป่ากับสามีเป็นเวลาหลายปี เมื่อสามีทำศึกชนะทุรโยชน์แล้วนางจึงได้กลับเมือง นางมีโอรสกับสามีทั้ง 5 องค์ละคน ในตอนท้ายเมื่อสามีทั้ง 5 ตั้งความเพียรปีนภูเขาหิมาลัยเพื่อขึ้นสวรรค์ นางก็ติดตามไปด้วยและเป็นคนแรกที่ตายระหว่างทางปีนเขา วรรณคดีไทยได้นำเรื่องของนางมาแต่เป็น กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ โดยกรมพระปรมานุชิตชิโนรส

นางเอกในวรรณคดี 3 - รจนา / วันทอง / สุวรรณมาลี





สุวรรณมาลี
นางสุวรรณมาลี ธิดาเจ้าเมืองผลึก เป็นผู้ที่มีความกล้าหาญไม่เกรงกลัวที่จะต้องออกไปทำศึก ความกล้าหาญของนางเห็นได้ชัดเจนมากในตอนที่มีศึกเก้าทัพมาตีเมืองผลึก ซึ่งขณะนั้นพระอภัยมณีก็หลงรูปนางละเวงอยู่ นางก็ไม่เกรงกลัวที่จะออกไปสู้รบเพื่อปกป้องบ้านเมืองของนาง แม้กระทั่งนางถูกธนูบาดเจ็บ นางก็ยังคงต้องการช่วยต้านทัพโดยที่ไม่ได้คิดถึงชีวิตตนแม้แต่น้อย ซึ่งความกล้าหาญของนางสุวรรณมาลีนั้นทำให้เห็นได้ว่า ผู้หญิงไม่ใช่เป็นเพียงเพศที่อ่อนแอ แต่ผู้หญิงก็เข้มแข็งกล้าหาญไม่แพ้ชายได้เช่นกัน
วันทอง
นางวันทอง เดิมชื่อนางพิมพิลาไลย เป็นนางเอกในเรื่องขุนช้างขุนแผน (เปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อแก้เคล็ดให้หายป่วย ตอนขุนแผนไปรบ) นางถูกยื้อไปแย่งมาระหว่างขุนแผน และขุนช้าง จนในที่สุดพระพันวษาต้องให้นางเลือกว่าจะอยู่กับใครระหว่างขุนแผนหรือขุนช้าง แต่นางวันทองก็ไม่สามารถตัดสินใจได้ เพราะแม้ขุนแผนจะเจ้าชู้จนมีเรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งหึงหวงกันอยู่เสมอ แต่ก็เป็นเพราะรัก และยังมีลูกด้วยกันคือพลายงามอีกด้วย สุดท้ายนางก็ต้องถูกประหารชีวิตเพราะไม่สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่กับใครระหว่างขุนช้าง ขุนแผน หรือพลายงามผู้เป็นลูก พระพันวษาจึงประณามว่าเป็นหญิงสองใจ
รจนา
นางรจนา จากเรื่องสังข์ทอง เป็นธิดาสุดท้องจากจำนวนเจ็ดองค์ของท้าวสามล พี่ๆเลือกคู่ได้สามีที่คู่ควรกันแล้ว แต่นางรจนากลับเลือกได้เจ้าเงาะรูปชั่วตัวดำ ทั้งๆที่ตนเป็นสาวสวย จึงเป็นที่เยาะเย้ยไปทั่ว ทำให้พระบิดากริ้วไล่ให้ไปตกระกำลำบากที่กระท่อมปลายนา แต่ความจริงที่นางเลือกก็เพราะเห็นรูปทองอยู่ข้างใน เจ้าเงาะถึงจะขี้ริ้วแต่ก็มีวิชาความรู้ จนต่อมาพระอินทร์ต้องแปลงร่างมาตีคลีเพื่อช่วยให้เจ้าเงาะได้ถอดรูปให้ทุกคนได้เห็นรูปทองในที่สุด ดังนั้นสาวๆที่มีสามีขี้ริ้วจึงมักถูกว่าเป็นนางรจนาควงเจ้าเงาะ

นางเอกในวรรณคดี 2 - สาวิตรี / กากี / เพื่อนแพง




เพื่อนแพง
พระเพื่อนพระแพง เป็นสองพระธิดาผู้เลอโฉมของเมืองสรอง ได้ยินคำเล่าลือชมรูปงามของพระลอ กษัตริย์หนุ่มแห่งเมืองแมนสรวงก็เกิดตกหลุมรัก จึงได้ใช้อุบาย และทำเสน่ห์จนพระลอซึ่งมีพระมเหสีอยู่แล้วก็ทิ้งมเหสีและบ้านเมืองไปหาพระเพื่อนพระแพงที่เมืองสรอง แต่ที่สุดก็กลายโศกนาฏกรรมความรัก เพราะทั้งพระลอและพระเพื่อนพระแพงต่างต้องมาตายด้วยความแค้นของเจ้าย่าที่ไม่ยอมให้อภัยพ่อของพระลอที่ฆ่าสามีตน แม้จะเป็นเรื่องเศร้า แต่เมื่อใครเอ่ยถึงสาวใดว่าเป็นเหมือนพระเพื่อนพระแพง ส่วนใหญ่จะมีความหมายว่าหน้าตาคล้ายกัน หรือหน้าตาเหมือนกันมากกว่าจะกล่าวถึงเนื้อหาข้างต้น
กากี
กากีนับเป็นนางเอกที่อื้อฉาวที่สุดเลยก็ว่าได้ นางกากีนอกจากจะมีรูปกายงดงามราวกับเทพธิดาแล้ว ยังมีกลิ่นกายหอมเป็นพิเศษอีกด้วย ชายใดที่แตะต้องสัมผัสนางกลิ่นหอมก็ติดกายชายคนนั้นไปเจ็ดวันเลยทีเดียว นางกากีเป็นมเหสีของท้าวบรมพรหมทัตซึ่งโปรดการเล่นสกามาก โดยมีพระยาครุฑเวนไตยซึ่งแปลงร่างเป็นมานพรูปงามเป็นคู่เล่นสกา จนวันหนึ่งเล่นเพลินมิได้ไปหานางกากี นางจึงมาแอบดูและสบตาเข้ากับพระยาครุฑ ต่างก็เกิดอาการหวั่นไหว ต่อมาพระยาครุฑได้บินมาลักพานางไปยังวิมานฉิมพลี ทำให้ท้าวพรหมทัตกลัดกลุ้มพระทัย คนธรรพ์นาฏกุเวรซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของพระองค์ก็อาสาจะลักพานางกลับมา แต่แทนที่จะพานางกลับเมืองกลับเกี๊ยวพาและได้เสียกัน ท่านท้าวจึงนำนางไปปล่อยแพกลางทะเล ต่อมานางได้รับความช่วยเหลือจากนายสำเภา ซึ่งได้รับนางเป็นภรรยา แต่เคราะห์กรรมนางยังไม่หมด ต่อมาถูกนายโจรมาลักพาตัวไปเพราะหลงไหลในความงาม ปรากฎว่าหมู่โจรเกิดการแย่งชิงนางนางหนีไปได้และได้เป็นมเหสีของท้าวทศวงศ์ นับดูแล้วนางกากีมีสามีถึง 5 คน แสดงว่าต้องเป็นคนที่เซ็กซี่มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างมาก
สาวิตรี
นางสาวิตรี ชื่อนี้หลายคนอาจจะคุ้นหู แต่มักนึกไม่ออกว่าเนื้อเรื่องเป็นอย่างไร นางสาวิตรีเป็นพระธิดาของท้าวอัศวบดี เมื่อเติบโตเป็นสาว พระบิดาให้เลือกสามีเองตามใจชอบ ปรากฏว่านางได้เลือกพระสัตยวานเป็นสามี แม้จะถูกทัดทานว่าพระสัตยวานจะมีอายุได้อีกปีเดียว แต่เมื่อนางตกลงปลงใจแล้วก็ไม่เปลี่ยนใจและได้แต่งงานกันในที่สุด ต่อมาอีกปีพระสัตยวานก็ตายลงดังคำทำนาย นางสาวิตรีได้พบกับพระยม(มัจจุราช)โดยไม่แสดงความหวั่นเกรง และเดินตามพระยมที่พาวิญญาณสวามีไป ระหว่างทางนางได้ใช้สติปัญญาโต้ตอบกับพระยมด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ จนพระยมใจอ่อนให้พรตามที่นางขอ นางจึงบอกต่อพระยมว่าพรสุดท้ายที่ขอนั้นไม่อาจสำเร็จได้ หากไม่มีสามี ในที่สุดพระยมก็ต้องคืนพระสวามีให้แก่นางสาวิตรี

นางเอกในวรรณคดีไทย 1 - มัทนพาธา



นางมัทนา
เทพสุเทษณ์เป็นทุกข์อยู่ด้วยความลุ่มหลงเทพธิดามัทนาผู้ไม่มีใจให้เลย แม้ว่าสุเทษณ์จะเกี้ยวพาและรำพันรักอย่างไร สุเทษณ์โกรธนักจึงจะสาปมัทนาให้ไปเกิดในโลกมนุษย์ มัทนาขอให้นางได้ไปเกิดเป็นดอกไม้มีกลิ่นกลิ่นหอมเพื่อให้มีประโยชน์บ้าง สุเทษณ์จึงสาปมัทนาให้ไปเกิดเป็นดอกกุหลาบที่งามทั้งกลิ่นทั้งรูปและมีแต่เฉพาะบนสวรรค์ยังไม่เคยมีบนโลกมนุษย์ โดยที่ในทุกๆ 1เดือน นางมัทนาจะกลายร่างเป็นคนได้ชั่ว 1 วัน 1 คืน ในเฉพาะวันเพ็ญของแต่ละเดือนเท่านั้น แต่ถ้านางมีความรักเมื่อใด นางก็จะมิต้องคืนรูปเป็นกุหลาบอีก กลับจะได้รับความทุกข์ทรมานเพราะความรักจนมิอาจทนอยู่ได้ และเมื่อนั้นถ้านางอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ ตนจึงจะงดโทษทัณฑ์นี้ให้แก่นาง
นางมัทนาไปจุติเป็นกุหลาบงามอยู่ในป่าหิมะวัน(ป่าหิมพาน) บรรดาศิษย์ของฤษีนามกาละทรรศินมาพบเข้าจึงนำความไปบอกพระอาจารย์ กาละทรรศินจึงให้ขุดไปปลูกในบริเวณอาศรมของตน วันเพ็ญในเดือนหนึ่งท้าวชัยเสนกษัตริย์แห่งหัสตินาปุระได้เสด็จออกล่าสัตว์ในป่าหิมะวันและได้แวะมาพักที่อาศรมพระฤษี ครั้นได้เห็นนางมัทนาในโฉมของนารีผู้งดงามก็ถึงกับตะลึงและทั้งสองเกิดความรักต่อกัน เมื่อมีความรักแล้วนางมัทนาก็ยังคงรูปเป็นนารีผู้งดงามมิต้องกลายรูปเป็นกุหลาบอีก ท้าวชัยเสนได้ทูลขอนางมัทนาต่อพระฤาษีก็ยกให้พร้อมกับจัดพิธีบูชาทวยเทพและพิธีวิวาหมงคลในป่านั้น ก่อนท้าวชัยเสนจะนำนางมัทนาเสด็จกลับวังโดยให้ประทับอยู่แต่ในอุทยาน พระนางจัณฑี มเหสีให้นางกำนัลมาสืบดูจนรู้ว่าพระสวามีนำสาวชาวป่ามาด้วย จึงตามมาพบท้าวชัยเสนกำลังอยู่กับนางมัทนาพอดี เมื่อพระนางจัณฑีเจรจาค่อนขอดดูหมิ่นนางมัทนา ท้าวชัยเสนก็กริ้วและทรงดุด่าว่าเป็นมเหสีผู้ริษยา พระนางจัณฑีแค้นใจนัก ให้คนไปทูลฟ้องพระบิดาผู้เป็นเจ้าแห่งมคธนครให้ยกทัพมาทำศึกกับท้าวชัยเสน จากนั้นก็คบคิดกับนางค่อมอราลีและวิทูรพราหมณ์หมอเสน่ห์ทำอุบายกลั่นแกล้งนางมัทนา โดยส่งหนังสือไปทูลท้าวชัยเสนว่านางมัทนาป่วย ครั้นเมื่อท้าวชัยเสนรีบเสด็จกลับมาเยี่ยมนางมัทนาก็กลับพบหมอพราหมณ์กำลังทำพิธีอยู่ใกล้ๆต้นกุหลาบ วิทูรกับนางเกศินีข้าหลวงของนางจัณฑีจึงทูลใส่ความว่านางมัทนาให้ทำเสน่ห์เพื่อให้ได้ร่วมชื่นชูสมสู่กับศุภางค์ ท้าวชัยเสนกริ้วนักรับสั่งให้ศุภางค์ประหารนางมัทนา แต่ศุภางค์ไม่ยอม ท้าวชัยเสนจึงสั่งประหารทั้งคู่ พระนางจัณฑีได้ช่องรีบเข้ามาทูลว่าตนจะอาสาออกไปห้ามศึกพระบิดาซึ่งคงเข้าใจผิดว่านางกับท้าวชัยเสนนั้นบาดหมางกัน แต่ท้าวชัยเสนตรัสว่าทรงรู้ทันอุบายของนางที่คิดก่อศึกแล้วจะห้ามศึกเอง พระองค์จะขอออกทำศึกอีกคราแล้วจะตัดหัวกษัตริย์มคธพ่อตาเอามาให้นางผู้ขบถต่อสวามีตนเอง ขณะตั้งค่ายรบอยู่ที่นอกเมือง วิทูรพรหมณ์เฒ่าได้มาขอเข้าเฝ้าท้าวชัยเสนเพื่อสารภาพความทั้งปวงว่าพระนางจัณฑีเป็นผู้วางแผนการร้าย ซึ่งในที่สุดแล้วตนสำนึกผิดและละอายต่อบาปที่เป็นเหตุให้คนบริสุทธิ์ต้องได้รับโทษประหาร ท้าวชัยเสนทราบความจริงแล้วคั่งแค้นจนดำริจะแทงตนเองให้ตาย แต่อำมาตย์นันทิวรรธนะเข้าห้ามไว้ทันและงนางมัทนานั้นได้โสมะทัตศิษญ์เอกของฤษีกาละทรรศินนำพากลับสู่อาศรมเดิม แต่ศุภางค์นั้นแฝงกลับเข้าไปร่วมกับกองทัพแล้วออกต่อสู้กับข้าสึกจนตัวตาย ท้าวชัยเสนจึงรับสั่งให้ประหารท้าวมคธที่ถูกจับมาเป็นเชลยไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ส่วนพระนางจัณฑีมเหสีนั้นทรงให้เนรเทศออกนอกพระนคร ด้วยทรงเห็นว่าอันนารีผู้มีใจมุ่งร้ายต่อผู้เป็นสามีก็คงต้องแพ้ภัยตนเอง มิอาจอยู่เป็นสุขได้นานแน่ ฝ่ายนางมัทนานั้นได้ทำพิธีบูชาเทพและวอนขอร้องให้สุเทษณ์จอมเทพช่วยนางด้วย สุเทษณ์นั้นก็ยินดีจะแก้คำสาปและรับนางเป็นมเหสี แต่นางมัทนาก็ยังคงปฏิเสธและว่าอันนารีจะมีสองสามีได้อย่างไร สุเทษณ์เห็นว่านางมัทนายังคงปฏิเสธความรักของตนจึงกริ้วนักสาปส่งให้นางมัทนาเป็นดอกกุหลาบไปตลอดกาล
เมื่อท้าวชัยเสนตามมาถึงในป่า นางปริยัมวะทาที่ตามมาปรนนิบัติดูแลนางมัทนาด้วยก็ทูลเล่าความทั้งสิ้นให้ทรงทราบ ท้าวชัยเสนจึงร้องร่ำให้ด้วยความอาลัยรักแล้วขอให้พระฤษีช่วย โดยใช้มนตราและกล่าวเชิญนางมัทนาให้ยินยอมกลับเข้าไปยังเวียงวังกับตนอีกครั้ง เมื่อพระฤษีทำพิธีแล้ว ท้าวชัยเสนก็รำพันถึงความหลงผิดและความรักที่มีต่อนางมัทนาให้ต้นกุหลาบได้รับรู้ จากนั้นจึงสามารถขุดต้นกุหลาบได้สำเร็จ ท้าวชัยเสนได้นำต้นกุหลาบขึ้นวอทองเพื่อนำกลับไปปลูกในอุทยาน และขอให้ฤษีกาละทรรศินให้พรวิเศษว่ากุหลาบจะยังคงงดงามมิโรยราตราบจนกว่าตัวพระองค์เองจะสิ้นอายุขัย พระฤษีก็อวยพรให้ดังใจ และประสิทธิประสาทพรให้กุหลาบนั้นดำรงอยู่คู่โลกนี้มิมีสูญพันธ์ อีกทั้งยังเป็นไม้ดอกที่กลิ่นอันหอมหวานสามารถช่วยดับทุกข์ในใจคนและดลบันดาลให้จิตใจเบิกบานเป็นสุขได้ ชาย-หญิงเมื่อมีรักก็จักใช้ดอกกุหลาบเป็นสัญญลักษณ์แห่งความรักแท้สืบต่อไป

วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2551

หนังสือภาษาไทยสอนอ่านที่ควรอนุรักษ์































ดอกสร้อยภาษาไทย
O หนังเอ๋ยหนังสือ
ปกบอกชื่อภาษาไทยใช้ฝึกอ่าน
เป็นแบบเรียนชั้นประถมมานมนาน
สอนลูกหลานกอ-อา-กาภาษาไทย
O กอ-อะ-กะ-กอ-อา-กา-กอ-อิ-กิ-กอ-อี-กี
ต่างยินดีท่องประชันกันยกใหญ่
เด็กวันนั้นผ่านวารกาลแห่งวัย
ต่างภูมิใจรู้คุณค่าภาษาเอย.
ศักดิ์สิทธิ์ นามสุวรรณ

วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2551

คิดถึง GIFTED THAI รุ่นที่ 1

รายชื่อ ม.6/13 ก ปีการศึกษา 2550
1.นายโยธิน สังขพันธ์ 6.น.ส.ชฏาภรณ์ เพ็งภู่ 11.น.ส.ภิญญารัตน์ รุ่งเช้า
2.นายณพล บริบูรณ์ 7.น.ส.ตติญา พวกแสน 12.น.ส.วรรณวิษา ภูยาธร
3.น.ส.เบญจพร ศงสนันทน์ 8.น.ส.นิตยา ม่วงแก้ว 13.น.ส.ศิริลักษณ์ ประชากุล
4.น.ส.คันธารัตน์ ทับทอง 9.น.ส.ปรีชญา ชื่นชีพ 14.น.ส.สุวิมล รามาตย์
5.น.ส.ชไมพร มีศิริ 10.น.ส.ภัสสร กุลหงวน 15.น.ส.อิสราพร พ้องพงษ์ศรี






GIFTED THAI VOL.1
O งามตระการ อุทยาน กิ๊ฟเต็ดไทย
รุ่นแรก ดูสดใส หลากคิดฝัน
สะพรั่งพร้อม คุณค่า มาครบครัน
ในลานฝัน หมายชูค่า ภาษาไทย
O โยธิน ณ พล อิสราพร
คันธารัตน์ ชไมพร ช่างสดใส
สุวิมล ภัสสร อรไท
ศิริลักษณ์ กระฉ่อนไกล ในความงาม
O ชฎาภรณ์ ผู้นำ คิดเด่นชัด
วรรณวิษา ปฏิบัติ น่าเกรงขาม
ภิญญารัตน์ ปรีชญา สง่างาม
นิตยา พยายาม มุ่งรักเรียน
O หอมผกา หลากสี มีหลายกลิ่น
งามประทิน กลิ่นผกา นำมาเขียน
จงสืบสาน ภาษาไทย ใช่แต่เรียน
ความเป็นไทย ไม่เปลี่ยนค่า น่านิยม
ครูกิตติยา สุบรรณจุ้ย

กิ๊ฟเต็ดไทย รุ่น 1 พิบูลฯ 108
O กิ๊ฟเต็ดไทย รุ่นหนึ่ง ตรึงทั่วถิ่น
น่ายลยิน ในความรู้ คู่ความฝัน
สิบสามหญิง สองชาย หลายชีวัน
เหมือนของขวัญ จากฟากฟ้า มา”พิบูลฯ”
O เกือบสามปี ความดี บ่มีจาก
มิอาจพราก ภาษาไทย ให้หายสูญ
เรานั้นรัก หวงแหน แสนอาดูร
และเทิดทูน ความเป็นไทย ให้ยืนยง
O มาวันนี้ ต้องจากไป ด้วยใจรัก
ขอพิทักษ์ น้อมนำ คำประสงค์
ผองกิ๊ฟไทย เคียงกาลคู่ อยู่ยืนยง
แม้นชีพปลง ไม่ลืมถิ่น กลิ่น”ประดู่แดง”
นายโยธิน สังขพันธ์
6 กุมภาพันธ์ 2551

มอบแด่ ศิษย์ทุกคน
O ต่อแต่นี้ ไม่มีใคร มาตักเตือน
อย่าแชเชือน ตั้งสติ มิลืมหลง
อนาคต อยู่ที่เรา เฝ้าพะวง
จงมั่นคง หมั่นทำดี ทุกวี่วัน
O พ่อแม่ครู หวังดี ที่บ่นว่า
ด้วยจริงใจ จงไขว่คว้า สู้สิ่งฝัน
พบลำบาก จงอดทน สู้กัดฟัน
คิดถึงฝัน สมหวัง ดังตั้งใจ
ครูกิตติยา สุบรรณจุ้ย

มอบให้ศิษย์ทุกคน
O กิ๊ฟไทยรุ่นหนึ่งนี้ มีเพียร
ศิษย์สิบห้าต่างเรียน เร่งรู้
ศาสตร์ไทยพูดอ่านเขียน เพื่อสื่อ สารนอ
ขอกิ๊ฟไทยทุกผู้ ผ่านเอ็นทรานซ์ทั่วเทอญ.
ครูศักดิ์สิทธิ์ นามสุวรรณ