วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ยิ้มแห่งสยาม

ยิ้มแห่งสยาม
Thailand the land of smile
O " Thailand the land of smile ยิ้มง่ายแต้มหน้าพาฉงน
สุขง่ายลืมง่ายหายกังวล ผู้คนเมตตาเกื้อการุณ "
O ลูกทัวร์ใกล้ไกลให้ความเห็น ประเด็นดินแดนแสนอบอุ่น
ดอลล่าร์ดอลไหนได้เจือจุน บุญคุณท่วมใจไม่เคยลืม
O เรื่องแชร์หารด้วยขอช่วยจ่าย อย่าหมายพี่ไทยจะได้ปลื้ม
เงินถุงเงินถังกระทั่งยืม ด่ำดื่มขอเด่นเป็นเจ้ามือ
O ใจพระคล้องพระแขวนระคอ หลวงพ่อดีดีมียึดถือ
น้อมนำสัจจะธรรมะคือ อออือแก้ต่างเข้าข้างตัว
O ศีลห้าฆ่าสัตว์เพื่อหน้าที่ สุรานารีใช่ของชั่ว
รางวัลชีวิตใช่เมามัว ไม่กลัวจิตใฝ่ใต้ร่มธรรม

O สบายสบายใช้ชีวิต ไม่เคยยึดติดคิดทางต่ำ
ดำรัสคำพ่อก็น้อมนำ เลือกทำเลือกหาค่าตอบแทน

O เก็บเบี้ยเก็บออมถนอมใช้ เมื่อไรจักเห็นเป็นเงินแสน
กอบโกยอดทนคนดูแคลน ชั่วแล่นเพิ่มค่าคงกว่าล้าน
O ใครเลวใครดีถ้าดีด้วย เข้าช่วยเต็มใจไม่ต่อต้าน
อารมณ์ใช้ข่มอุดมการ วิญญาณยอมแลกประโยชน์ตน
O ชีวิตตายซากไร้รากแก้ว หมดแล้วศักดิ์ศรีมีเหตุผล
หายใจลืมตารู้ว่าคน สับสนสับฝ่ายอยู่หลายครา
O ความคิดสองขั้วตัวต้นเหตุ แดงเหลืองอาเพศกิเลสหนา
ไม่เลิกไม่ละแสนระอา ขมาแพ้ยอมขอพร้อมตาย
O สมเพชเหตุการณ์นานพอแล้ว สิ้นแววรวมใจไทยทุกฝ่าย
รอยยิ้มคือไฟไหม้มลาย กลางสายกระแสธารโลกีย์
O ทิ้งเมืองกลับฐานถิ่นบ้านเก่า เพื่อค้นรากเหง้าแห่งศักดิ์ศรี
หาตนหาตีนแต่เดิมที สกุลเรานี้จงสืบสาน
O หลงลืมรักดินถิ่นกำเนิด ช่วยชูช่วยเชิดศาสตร์พื้นบ้าน
รอยยิ้มจางลับกลับชื่นบาน ลูกหลานเลือดไทยสายเดียวกัน
O จะรอชาติไหนมาให้รัก ชาติหน้าก็จักแค่ความฝัน
สิ้นรักสิ้นไทยใจผูกพัน เมื่อนั้นสยามสิ้นรอยยิ้ม .
THAILAND THE LAND OF SMILE
ศักดิ์สิทธิ์ นามสุวรรณ

วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ฉลองเทียนเมืองดอกบัว (บ้านเกิด)

ฉลองเทียนเมืองดอกบัว (บ้านเกิด)
๘ กรกฎาคม ๒๕๕๒

เปลวเทียนมลายแท่ง เพื่อเปล่งแสงอันอำไพ ชีวิตมลายไป เพื่อสิ่งใดเหลือไว้แทน O เทียนพรรษาเมืองอุบลน่ายลนัก ยังประจักษ์ความยิ่งใหญ่หาใครเหมือน งามรอยยิ้มเจรจาผู้มาเยือน ฮอดชานเฮือนถิ่นเฮาเฮาเบิ่งแยง O เมืองแหล่งธรรมนำไทยย้อมใจราษฎร์ เมืองนักปราชญ์นักกวีมีทุกแห่ง ผาแต้มยุคหินเก่าเฮาฮักแพง มากเกาะแก่งแอ่งแม่โขงโยงสัมพันธ์ O เทียนเรืองรองรุ่งฟ้าใกล้หน้าฝน วิถีชนพุทธพิธีที่ยึดมั่น ตกแต่งเทียนเข้าพรรษามาประชัน ร่วมสร้างสรรค์พุทธศิลป์ด้วยยินดี O อันต้นเทียนใหญ่โตโอฬารนัก ทั้งสลักพิมพ์หล่อทอศักดิ์ศรี ทุกคุ้มย่านสานศรัทธาทั่วธานี จึงเกิดมีสืบตำนานเป็นงานบุญ O ทุ่งศรีเมืองเทียนเรืองงามยามมาเห็น มีเดือนเพ็ญพาดฟ้าพาอบอุ่น ฉลองธรรมล้ำวิสุทธิ์พุทธคุณ โปรดค้ำจุนดลไทยสุขพ้นทุกข์เทอญ.

ศักดิ์สิทธิ์ นามสุวรรณ

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เที่ยวเมืองกาญจน์ ปี' 2552

เที่ยวเมืองกาญจน์ ปี ’ 52
ทองผาภูมิถิ่นคั่นด้านสันขวาน เขตเมืองกาญจนบุรีที่อาศัย
แผ่นดินทองบรรพชนของคนไทย รวมหัวใจปกปักรักษ์สืบมา
ภูมิแผ่นดินเป็นชั้นล้วนหลั่นเขา ถิ่นลำเนาป่าไพรในภูผา
เกิดสายน้ำซัดเซาะเลาะพนา ชุบชีวาคนคงบนดงดอน
สังขละบุรีทางเทียวเลี้ยวเลาะลัด เป็นทางตัดระยะย่นบนสิงขร
วัดวิเวการามนามกำจร ขอบนาครพม่าไทยแต่ไรมา


มีเจดีย์สามองค์คงเขตขัณฑ์ แนวแบ่งปันประเทศเขตรักษา
ชี้บอกบ่งยังคงรัฐกษัตรา ตารางวาแม้เพียงเซนต์เป็นของไทย
ได้มาเห็นเป็นขวัญตาพาใจสุข ละความทุกข์ถิ่นเมืองแมนมาแดนใหม่
กราบหลวงพ่ออุตมะจะคุ้มภัย ทุกเพศวัยกะเหรี่ยงมอญวอนเมตตา

พบชาวไทยเชื้อมอญสัญจรผ่าน กลางสะพานแห่งศักดิ์ศรีมีสง่า
สามัคคีร่วมสร้างทางศรัทธา มอญยิ้มมาไทยยิ้มตอบมอบสัมพันธ์
ไทยมีชาติศาสนามหากษัตริย์ เป็นเครื่องวัดชาติคงดำรงมั่น
ใต้ร่มฉัตรธรรมาองค์ราชัน หลอมชีวันเลือดไทยแต่ไรมา


แต่กะเหรี่ยงไร้รากอยากขอกล่าว พบเรื่องราวเพียงย่อก็ห่อเหี่ยว
ใช้แรงงานช่วยไทยใบหน้าเซียว แสนเปล่าเปลี่ยวเพราะสิ้นชาติอนาถใจ

เป็นบทเรียนสอนตนคนมีราก หยุดถางถากอวดอำนาจวางบาตรใหญ่
อยากให้จำเป็นนิยามความเป็นไทย อาจสิ้นไปเพราะสิ้นรัฐวัฒนธรรม




สังคมคนจิตตกเมืองอกแตก แดงเหลืองแยกฉุดไทยไปทางต่ำ
สิ้นสำนึกคุณความดีมีน้อมนำ รอเพียงกรรมมาเกื้อไทยพ้นภัยเทอญ.

เรื่องดีดีที่ขอลอกมาเล่า


เด็กน้อยกับหมาตัวเล็ก ๆ
เจ้าของร้านตอกป้ายติดไว้เหนือประตู มีข้อความว่า มีลูกสุนัขขาย
นี่เป็นวิธีดึงดูดเด็กเล็ก ๆ ได้อย่างดี เด็กผู้ชายคนหนึ่งปรากฏตัวใต้ป้ายแผ่นนั้น และถามว่า "ลูกหมาที่ขายราคาเท่าไรครับ"
"มีหลายราคา ตั้งแต่ 30 ไปจนถึง 50 เหรียญ" เจ้าของร้านตอบ
หนูน้อยล้วงเข้าไปในกระเป๋าและควักสตางค์ออกมา ผมมีอยู่ 2.37 เหรียญเอง "ขอผมดูพวกมันหน่อยได้ไหมครับ"
เจ้าของร้านยิ้มแล้วผิวปาก เจ้าเลดี้วิ่งออกมาจากเฉลียงข้างร้านพร้อมกับลูกสุนัขขนฟูอีก 5 ตัว หนึ่งในนั้นเดินตามมาช้า ๆ หนูน้อยสนใจลูกหมาตัวนี้ทันที เห็นได้ชัดว่ามันเดินลากขาเหมือนเป็นหมาพิการ
"หมาตัวเล็ก ๆ นั่นเป็นอะไรครับ "
เจ้าของร้านบอกว่าสัตวแพทย์ตรวจเจ้าลูกหมาตัวนี้แล้วพบว่ามันไม่มีสะโพก มันจะต้องเดินขากะเผลกและจะพิการไปตลอดชีวิต
เด็กชายตื่นเต้นขึ้นมาทันที "ผมขอซื้อลูกหมาตัวนี้ได้ไหมฮะ"
เจ้าของร้านตอบว่า อย่าเลย หนูคงไม่อยากได้ลูกหมาตัวนี้หรอก แต่ถ้าหนูอยากได้จริง ๆ ล่ะก็ ฉันจะยกให้ .....?
!@!@# หนูน้อยเริ่มไม่พอใจ ?!@!@#......เขาจ้องหน้าเจ้าของร้านพร้อมกับชี้นิ้วพูดว่า
“ ผมไม่ต้องการให้คุณยกมันให้ผมฟรี ๆ หมาตัวนี้มีค่ามากเท่ากับตัวอื่น ๆ ทั้งหมด และผมก็จะจ่ายให้คุณเต็มราคาด้วย แต่ผมจะให้คุณไปก่อน 2.37 เหรียญ และจะผ่อนให้เดือนละ 50 เซ็นต์จนกว่าจะครบ "
เจ้าของร้านยังค้านอีกว่า หนูไม่อยากได้ลูกหมาตัวนี้หรอก มันวิ่งไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้ และเล่นกับหนูเหมือนกับลูกหมาตัวอื่น ๆ ก็ไม่ได้
ถึงตอนนี้ หนูน้อยจึงนั่งลงและถกขากางเกงให้เจ้าของร้านเห็นขาข้างซ้ายที่ลีบเล็ก และมีเหล็กแท่งใหญ่พยุงเอาไว้ เขาเงยหน้ามองเจ้าของร้านและพูดนุ่ม ๆว่า
"นี่ไง ผมเองก็วิ่งไม่ได้เหมือนกัน และลูกหมาตัวนี้ก็คงต้องการใครสักคนที่เข้าใจมัน"
เจ้าของร้าน ?????????