วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

จากหมวดตี้ถึงครูจูหลิง - ความศรัทธา / ความรัก และสันติภาพ

มอบแด่.......

ความเสียสละอันยิ่งใหญ่และความศรัทธาต่อหน้าที่

เพื่อหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความรักแด่วีรบุรุษไว้ชั่วนิรันดร์

ขอให้รากแก้วแห่งความรักนี้....ช่วยบำรุงจิตใจผู้คนทุกศาสนา

จนทำให้เกิดแผ่นดินแห่งสันติภาพตลอดกาล

1. ร.ต.ต.กฤตติกุล บุญลือ

วันที่ 20 มิ.ย. 2551 เวลา 09.02 น. พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก. สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากฐานปฏิบัติการ ตชด.มว.รพศ.1 บ้านสันติ ว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจพลร่ม ชุดหน่วยรบพิเศษ ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ถูกกลุ่มคนร้ายซุ่มยิงและเกิดเหตุปะทะกัน บนถนนสายเขื่อนบางลาง-สันติ 1 หมู่ 2 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จึงประสานกำลังเข้าไปสนับสนุน แต่ระหว่างทางเจ้าหน้าที่ต้องพบกับอุปสรรคเนื่องจากคนร้ายได้นำวัตถุต้องสงสัย และโปรยตะปูเรือใบไว้เป็นระยะ ทันทีที่เข้าไปถึงเจ้าหน้าที่พบผู้บาดเจ็บนอนกระจายกันอยู่ทั่วบริเวณจึงประสานขอเฮลิคอปเตอร์ จากศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา (ศปก.สน.) เข้ามารับตัวนำส่งโรงพยาบาล ทราบชื่อ พ.ต.ท.กิตติกานต์ กัปปิยะบุตร อายุ 50 ปี ผบ.ร้อย ตชด. มว.รพศ.1 บ้านสันติ ส.ต.ท.คมกริช ทองยา ถูกยิงที่ขาขวากระดูกหัก ตัดเส้นเลือดขาด จ.ส.ต. อนุสรณ์ บุตรพรหม ถูกยิงที่ขาขวา ส.ต.ต.เริงศักดิ์ แก้วเสน่ห์ ถูกยิงที่ขาขวากระดูกหัก เส้นเลือดขาด และ จ.ส.ต.ประสาท โคตรแก้ว ถูกยิงที่แขนและฝ่ามือซ้าย นอกจากนี้ยังพบศพ ร.ต.ต.กฤตติกุล บุญลือ รอง ผบ.ร้อย ตชด.มว. รพศ.1 บ้านสันติ (ตำรวจพลร่ม ค่ายนเรศวร)

ประวัติ ร.ต.ต.กฤตติกุล บุญลือ หรือ ผู้หมวดตี้ เป็นบุตรชายคนเดียวของ นายนรินทร์ และนางพิมพ์ลักษณ์ บุญลือ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 44 และจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 60 และถูกส่งตัวลงไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 51 ทั้งนี้ ร.ต.ต.กฤตติกุล ได้เขียนบทความไว้ในเว็บไซต์ http://polize.diaryis.com/ โดยยึดคติประจำใจว่า “ถึงตัวจะตายก็ช่างมัน มิเคยคำนึงถึงชีวัน เข้าประจันเหล่าร้ายเพื่อประชา...” ทั้งนี้ ช่วงที่ ร.ต.อ.ธรนิศ ศรีสุข หรือผู้กองแคน ถูกกลุ่มแนวร่วมลอบยิงเสียชีวิตไปเมื่อปี 50 ร.ต.ต.กฤตติกุล ที่เคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ได้พรั่งพรูความในใจออกมา ว่าจะสานต่อความตั้งใจอันแน่วแน่ของรุ่นพี่ในการปกปักรักษาผืนดิน กรวดทรายทุกเม็ดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เอาไว้ให้ได้

“ ...จริงอยู่ ว่ามันเป็นหน้าที่ของพวกเรา ที่ต้องมา แต่ถ้าแค่เพียงคำว่า “ หน้าที่ ” อย่างเดียว มันไม่พอหรอก ที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยงแบบนี้
ชีวิตตี้เองยังมีอะไรไปได้อีกเยอะ แต่.... “ หัวใจ ” นี่แหละ ที่ทำให้ตี้ และ หลาย ๆ คน เลือกที่จะมาทำงานแบบนี้ อยากให้มองสองภาพ ภาพแรก ผุ้ชายใส่เสื้อเชิ้ต ผูกไทด์ กางเกงแสล็ค ผมเป๋มันวาว ขับรถหรู ทำงานเก้าโมงเช้าเลิกงานห้าโมงเย็น ตอนเย็นกลับบ้าน คืนวันศุกร์ไปเที่ยว ชีวิตโก้หรู เงินเดือนหลายหมื่น แต่... ทำงานเพื่อตัวเอง ภาพสอง ผู้ชายใส่เสื้อเกราะ สะพายปืน ผมกระเซิง หน้ามัน เงินเดือนหมื่นนิดๆ ทำงานทั้งวัน บ้านอยู่ห่างออกไปอีกพันกว่ากิโล ตากแดด ตากลม และไม่รู้ว่าวันไหนคือวันศุกร์ แต่... ทำงานเพื่อประเทศชาติ ถ้าสองคนนี้ยืนคู่กัน ในความคิดตี้ คนที่สองชนะใจครับ ไม่ได้ว่าอะไรใคร และไม่ได้ชมว่าพวกกุต้องดีเลิศ แค่อยากจะบอกว่า.... ทำอะไรประเทศชาติกันบ้าง อย่าเห็นแก่ตัวเอง ผมไม่ได้เก่งที่สุด ผมไม่ได้เจ๋งเป้ง ผมก็แค่.... รักประเทศไทย.... ”



ไดอารี่ฉบับสุดท้ายที่หมวดตี้เขียนไว้คือวันที่ 20 มิถุนายน 2551 ซึ่งวันนั้นเป็นวันครบรอบวันเกิดปีที่ 24 ของเขา ใช้ชื่อเรื่องว่า 'ครั้งแรก' ซึ่งขึ้นต้นว่า 'ก็มันไม่เคยนิ' และ 'วันนี้อยู่ดูโลกให้โสภิณ พรุ่งนี้ชีวินสิ้น ไม่รู้...วันตาย...' ราวกับจะเป็นลางบอกลากลายๆ ซึ่งในไดอารี่เขาได้มอบบทเพลง 'อิ่มอุ่น' ของ 'ศุ บุญเลี้ยง' ให้กับ 'แม่' ของเขาที่อยู่จังหวัดลพบุรี พร้อมๆ กับคำขอบคุณแม่ (ซึ่งเกิดในวันเดียวกันกับเขา) ที่ทำให้เขาเกิดขึ้นมาลืมตาดูโลก ด้วยข้อความสื่อสารถึงแม่ที่ว่า… 'แม่จ๋า... วันเกิดลูกไม่ได้ไปฉลองที่ไหนจริงๆ นะแม่ แถวนี้ไม่มีที่ให้ฉลองอะ แค่ลูกรอดกลับมาได้ก็พอใจแระ ...เดี๋ยวรอกลับไปฉลองกับเด็จแม่ที่บ้านเรา เนอะๆ...ไม่ได้กลับไปหาเด็จแม่นานแล้วด้วย คิดถึ้งงง คิดถึงว่าจะไปหาเด็จแม่.... ไปขอตังค์ 55+'
'วันเกิดเด็จแม่ เด็จลูกก็ขอให้เด็จแม่แข็งแรงเน้อ...อยู่กะลูกไปนานๆ ให้ถึงวันลูกติดนายพลเลยนะแม่นะ...และก็..ขอให้เด็จแม่มีลูกสะใภ้คนโตสวยๆน่ารักๆ นิสัยดีๆ...(อันนี้ออกแนวหวังผลกะตัวเอง 55+)'


ที่โรงเรียนบางปะหันวิทยา อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ก.ค. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายปรีชา กมลบุตร ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นำพระราชหัตถเลขา แสดงความเสียใจไปมอบให้กับครอบครัว ร.ต.ต.กฤตติกุล บุญลือ ที่เสียชีวิตจากการซุ่มยิงของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน จ.ยะลา เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนายนรินทร์ และนางพิมพลักษณ์ อาจารย์โรงเรียนบางปะหันวิทยา พ่อและแม่ของ ร.ต.ต.กฤตติ กุล ท่ามกลางความปลาบปลื้มของเพื่อนครู และนักเรียน ทั้งนี้เนื้อหาในพระราชหัตถเลขาความว่า
“เมื่อครั้งที่ทราบข่าวว่า ร.ต.ต.กฤตติกุล บุญลือ สละชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยในภารกิจลาดตระเวนพื้นที่ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2551 ข้าพเจ้าก็เศร้าเสียใจมากอยู่แล้ว แต่เมื่อได้มาอ่านหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ต. กฤตติกุล จึงทราบถึงอุดมการณ์ของเขาที่ต้องการทำหน้าที่ครั้งยิ่งใหญ่ ในการพิทักษ์รักษาแผ่นดินแม่ อีกทั้ง ร.ต.ต.กฤตติกุล ยังเขียนบันทึกไว้ด้วยว่า ภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่อารักขาข้าพเจ้าเมื่อปีที่แล้ว อุ่นใจที่ได้ใช้ผ้าเช็ดตัวจากสิ่งของพระราชทานซึ่งข้าพเจ้ามอบให้กองกำลังอารักขาเป็นประจำเสมอมา และดีใจที่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงอาหารที่ทักษิณราชนิเวศน์ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกสะเทือนใจ และแสนเสียดายหนักหนา ที่ยังมิได้มีโอกาสพูดคุยกับวีรบุรุษหนุ่มน้อยผู้นี้เลย ร.ต.ต.กฤตติกุล คือลูกไทยผู้มั่นในความซื่อตรงจงรักภักดีต่อประเทศชาติ นับเป็นโชคดีเหลือล้นที่ประเทศไทย มีผู้กล้าหาญที่ไม่คิดหลบหนีเมื่อมีภัยมาถึงบ้าน แต่กลับเลือกที่จะไปเสี่ยงชีวิตอยู่ในดินแดนอันตราย เพื่อให้พี่น้องชาวไทยส่วนใหญ่อยู่รอดปลอดภัย ข้าพเจ้าทราบดีว่าคุณนรินทร์ และคุณพิมพลักษณ์ เสียใจเพียงใดที่ต้องสูญเสียบุตรชายผู้เป็นที่รัก แต่ขอให้ท่านทั้งสองภูมิใจในสายโลหิตผู้ข้นเข้มเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักชาติผู้นี้เถิด เพราะวีรกรรมของเขาจะจารึกไว้ในแผ่นดินไทย และจารึกอยู่ในความทรงจำของข้าพเจ้าตลอดไป ” นางพิมพลักษณ์ ผู้เป็นแม่กล่าวด้วยน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มว่า รู้สึกภูมิใจในความเสียสละของลูกต่อประเทศชาติ แม้ว่าจะรู้สึกเสียใจ แต่เมื่อได้รับพระราชหัตถเลขาจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทำให้ครอบครัวมีกำลังใจ



"....วันนี้เคราะห์ดี รุ่งขึ้นพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร...."ยังไงก็ต้องสู้กันต่อไปละครับทำไงได้วะ มันหน้าที่ ..........ของพวกเรานิ เคยบอกแล้วว่า....หมวดตี้มะช่ายฮีโร่ มะช่ายพระเอกไม่ต้องชมมาก รู้ว่าหล่อแล้ว ไม่ต้องชม ฮ่า ๆ..."



2. ครูจูหลิง ปงกันมูล

นางสาว จูหลิง ปงกันมูล หรือ ครูจุ้ย (มีนาคม พ.ศ. 2522 - 8 มกราคม พ.ศ. 2550) ผู้ช่วยครู โรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ผู้ถูกจับเป็นตัวประกันไปคุมขังไว้ในอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กใกล้มัสยิดประจำหมู่บ้าน และถูกรุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2549 เจ้าหน้าที่สามารถช่วยครูจูหลิงได้และนำตัวส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันต่อมา เนื่องจากเธอถูกตีจนสมองกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ทรงรับครูจูหลิงเป็นคนไข้ในพระราชินูปถัมภ์โดยตลอดจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต


จูหลิง เป็นบุตรสาวคนเดียวของ คุณสูน-คุณคำมี ปงกันมูล เกิดเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2522 คุณพ่อเป็นผู้ตั้งชื่อให้ว่า "จุ้ยหลิน" ตามชื่อนางเอกหนังจีนกำลังภายใน แต่เจ้าหน้าที่จดทะเบียนเป็น "จูหลิง" และมีชื่อเล่นว่า "จุ้ย" เป็นชาวตำบลบ้านปงน้อย กิ่งอำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย จบปริญญาตรีจากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เมื่อ พ.ศ. 2545

พิพิธภัณฑ์ศิลปะครูจูหลิง

ประธานในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์

แด่ครูจูหลิง ปงกันมูล ( ครูจุ้ย )
O เมืองฟ้าเมฆห่มดอยคอยเป็นห่วง ภูดอยหลวงปกปักล้อมรักษา
คอยเห่กล่อมถนอมเลี้ยงเพียงมารดา นามสมญาวังเวียงเมืองเชียงราย
ธรรมชาติเมืองเหนือเกื้อกูลรัก อยู่พร้อมพรักหลากชีวีมีความหมาย
ป่าสัตว์คนเคียงข้างไม่ห่างกาย ชีพหลากหลายพึ่งพาอาศัยกัน
หลอมเป็นร่างหญิงงามนาม “ จูหลิง “ รวมทุกสิ่งร้อยใจให้จอมขวัญ
พ่อแม่รัก “ ลูกจุ้ย “ เปรียบเทียบชีวัน สร้างสัมพันธไมตรีที่น้ำใจ
วัยละอ่อนพากเพียรเรียนเขียนอ่าน สนใจงานศิลป์ศาสตร์วาดสมัย
จิตรกรรมงานศิลป์อยู่ถิ่นใด จะใกล้ไกลร่วมทางสร้างฝีมือ
O ครูจูหลิง ปงกันมูล ขอเทิดทูนน้อมรับยอมนับถือ
อุดมการณ์สานฝันอันเลื่องลือ เธอนั้นคือครูแท้แห่ง “ แม่พิมพ์ “
หยาดน้ำใจไหลเป็นสายหลายพื้นที่ อุทิศพลีพลังให้ไม่เต็มอิ่ม
สะดุดรอยทางฝันไม่ทันยิ้ม เลือดเป็นลิ่มทะลักเลอะเปรอะเต็มกาย
หรือเป็นดวงแห่งศรัทธาจึงมาพราก นกน้อยจากเมืองเหนือเหยื่อเมืองใต้
อุดมการณ์สวยสดหมดความหมาย รอความตายคือรางวัลบั่นใจคน
O ก่อนจับฆ่าลากร่างคิดบ้างไหม ว่าสิ่งใดสมควรแน่แก่เหตุผล
หรือสาสมเพียงแค่แก่ใจตน ใช่ทางพ้นบ่วงทุกข์สุขวิญญาณ์
หยุดเถิดกรณีการพลีชีพ จะเป็นชีพใครใครในผืนหล้า
ความจริงสัจศาสตร์ทุกศาสดา ต่างเมตตาหนุนนำทำบุญทาน
O จิตครูจุ้ยจงปล่อยวางอย่างสงบ ขอน้อมนบทุกดวงจิตอธิษฐาน
ครูจะก่อสร้างสมอุดมการณ์ เพื่อสืบสานครูแท้แก่แผ่นดิน
ศักดิ์สิทธิ์ นามสุวรรณ

57 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เศร้าใจจังค่ะ ที่ต้องเสียบุคคลดี ๆ อย่างนี้ไป
นางสาวจิตตรัตน์ อุ่นอนันต์ เลขที่ 15ก ม.6/10

ชยาภา กล่าวว่า...

อ่านแล้วซึ้งดี
ทำให้เกิดความรักชาติมากยิ่งขึ้น
และขอไว้อาลัยแก่ผู้เสียสละ
เพื่อชาติ ทุกท่านด้วย

นส.ชยาภา บุญมา ม.6/3 เลขที่ 8ก.

atittaya กล่าวว่า...

อ่านแล้วทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่าต้องเสียคนที่ดีๆไป ยอมเสียสละเพื่อชาติ รักชาติมากกว่ารักตนเอง ยอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้แผ่นดินนี้ได้อยู่ต่อไป สุดท้ายนี้ก็ขอไว้อาลัยแก่การจากไปของท่านทั้งสองด้วย
น.ส.อาทิตยา เพ็ชน้อย เลขที่23ก ม.6/6

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของหมวดตี้และครูจูหลิงค่ะและขอยกย่องว่าเป็นผู้ที่เสียสละชีวิตเพื่อรักษาประเทศชาติของเราคนไทยเอาไว้

น.ส. ศริษา บัวทอง ชั้น ม.6/6 เลขที่ 20ก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของหมวดตี้และครอบครัวของครูจูหลิง ขอไว้อาลัยแก่การจากไปหมวดตี้และครูจูหลิง เนื่องจากหมวดตี้และครูจูหลิงเป็นผู้ที่เสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติ หมวดตี้และครูจูหลิงเป็นบุคคลตัวอย่างที่น่ายกย่องในด้านการทำงานที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงแม้รู้ว่าจะมีอันตราย แต่ท่านทั้ง 2 ก็ไปทำงานเพื่อประชาชนใน 3 จังหวัดนั้น โดยไม่กลัวอันตราย

น.ส.หัทยา ศรีลาภา ชั้น ม.6/3 เลขที่ 18 ก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอให้หมวดตี้และคุณครูจูหลิงไปสู่สุขคติด้วยนะคะ ภูมิใจที่พวกเค้าทั้งสองเป็นผู้เสียสละที่ยิ่งใหญ่จริงๆค่ะ
นางสาว อรพิชญ์ นิ่มน้อย ม.6/7 เลขที่ 22ก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอให้หมวดตี้และคุณครูจูหลิงไปสู่สุขคติและพบกับความสุขในชาติหน้า และขอให้คนไทยและทุกคนเป็นคนดีอย่างเขาทั้งสอง ให้ภาคใต้พบความสงบสุข


นายเตชิต แปลกสงวนศรี 6/6 เลขที่ 3 ก.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของหมวดตี้ และครอบครัวของครูจุหลิง ที่ต้องสูญเสียบุคคลที่เป็นเหมือนหัวแก้วหัวแหวน และแก้วตาดวงใจของพ่อแม่
ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย


นายสันติ เกตุผาสุข ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/8 เลขที่ 10 ก.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เมื่อได้อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกเศร้าที่คนดีๆ ต้องเสียชีวิต ในภาคใต้ เพราะการปฏิบัติหน้าที่ถือว่าเป็นการเสียชีวิตอย่างมีเกียรติและได้ทดแทนบุญคุณแผ่นดิน

นางสาวปุณณยาภัทร พรหมจรรย์ เลขที่ 17 ก. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/8

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

การเสียชีวิตในหน้าที่ มีความรับผิดชอบและได้เสียสละต่อแผ่นดิน ดิฉันรู้สึกว่าหมวดตี้และครูจูหลิงนั้นได้เสียชีวิตอย่างมีเกียรติ


นางสาวจิรภัทร ทัดจันทร์ เลขที่ 14 ก. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/8

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอแสดงความเสียใจด้วย ที่ต้องเสียบุคลากรดีๆไป พวกเราต้องนำเหตุการณ์นี้ไปปลูกจิตสำนึกให้คนรุ่นหลังรักชาติ รู้จักการเสียสละ สามัคคี

นาย ศุภณัฐ เพชรล้อม ม.6/8 6ข.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

รู้สึกทราบซึ้ง เพราะหมวดตี้เป็นคนที่รักประเทศชาติมากเหมาะที่จะนำไปเป็นตัวอย่างในการใช้ชีวิตของคนที่ประกอบอาชีพนี้
**ขอให้กำลังใจกับประชาชนที่ภาคใต้ด้วย**
น.ส.ชุติมณฑน์ ภู่นภาอำพร ม6/12 เลขที่ 7ก.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอแสดงความเลียใจกับครอบครัวผู้ที่สูญเสียด้วยนะคะ
ขอให้คนที่อยู่ทางภาคใต้ ปลอดภัยทุกคนเลย เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตั้งใจนะคะ

นางสาวชนากานต์ ประสาทศิลป์ ม.6/8 เลขที่ 12ข

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอแสดงความมเสียใจกับครอบคครัวของผู้เสียชีวิตด้วยนะครับ ทั้งหมวดตี้ และครูจูหลิง ยังไงผมก็ขอให้ครอบครัวของบุคลทั้งสองเข้มแข็งนะครับ

นายอรรคพล อธิคม ม.6/8 เลขที่ 12ก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ไม่อยากให้เหตุการณ์อย่างนี้

เกิดขึ้นกับคนไทยเลย

อยากให้สมัคคีกัน

เพราะเหตุการณ์นี้มีแต่สูญเสีย

น.ส.วนัชพร โทนะศรี ม.6/8 19ก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ผมขอชื่นชมกับผู้ที่เสียสละชีวิต

กับเหตุการณ์ครั้งนี้ พวกเขามีความกล้าหาญมาก

อยากให้คนไทยกับมาสมัคคีกันไวๆ

นายพชร ชัยเจริญ ม.6/8 4ข

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

หมวดตี้ และคุณครูจูหลิง

เป็นบุคคลที่เสียสละเพื่อชาติมาก

ชอบที่อาจารย์เอาประวัติของทั้งสองคนมาลงไว้

เขา้คือบุคคลที่เราจะจดจำเขาไปตลอด

ยิ่งหนึ่งในนั้นคือลูกพิบูลด้วยแล้วยิ่งปลื้มใจในความเสียลสะ

และเสียใจกับการจากไปของเขา

แต่ก็เป็นที่น่าภูมิใจของครอบครัวนั้นที่มีลูกชายที่เป็นลูกผู้ชาย

นางสาวอุษณา อ่อนจันทร์ ม.6/5 เลขที่ 23ข

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

รู้สึกภูมิใจในตัวผู้ชายคนนี้ ที่เสียสละเพื่อชาติ

แต่ก็อดเสียดายและเสียใจไม่ได้เลยค่ะ

ที่คนดีๆแบบเขา จะต้องรับผลการกระทำแย่ๆของคนเหล่านั้น

นางสาววิไลวรรณ แสนพันธ์ ม.6/5 เลขที่ 21ข

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ความหมายของ คนดี ไม่ได้หมายความว่า ต้องเรียนเก่ง หาเงินเก่ง หรือต้องประสบความสำ เร็จในทุกๆ เรื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือการปฏิบัติตนอยู่ในศีลในธรรม มีคุณธรรมในการดำเนินชีวิต รู้จักรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ เกรงกลัวต่อบาป และมีเมตตาธรรม ซึ่งจะนำพาทุกคนไปสู่ความสำเร็จ ได้ความ หมายของการมีชีวิตอยู่ ควบคู่ไปกับความรู้ทางโลกต่างๆ เปิดโลกกว้างเพื่อตนเอง และผู้อื่นจะได้อยู่ร่วมกันอย่าง สันติสุข


นางสาวนวลผ่อง ยิ้มแย้ม เลขที่ 12ก ม6/11

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ทำไมคนดีถึงไม่ชนะคนเลวสักที
ทำไมคนดีๆถึงถูกแต่กระทำตลอดเวลา
รู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างมาก ฮีโร่ใน
ดวงใจจริงๆ คนที่เสียสละตัวเองโดยไม่คิดชีวิตคิดเพียงแต่จะปกป้องประเทศชาติบ้านเมืองถ้ามีคนดีๆแบบนี้อยู่ประเทศเราก็คงไม่ต้องเกิดเหตุการณ์ร้ายๆขึ้น ทำไม...เราไม่ทำตัวให้เป็นคนดี เพื่อประเทศของเราละค่ะ ***อยู่บนแผ่นดินเดียวกันอย่าทำร้ายกันเลย***
นางสาวชลดา แก้วดำรงค์ เลขที่ 12 ข ม.6/11

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อ่านแล้วซึ้งมากเลยค่ะเชื่อเเล้วว่าคนดีๆๆๆๆๆยังมีอยู่จริง
คนที่เสียสละเพื่อแผ่นดินได้ถึงเพียงนี้สุดยอดไปเลย

นางสาวกานต์สุดา สุภัทรประทีป ชั้น ม.6/11เลขที่ 8 ก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อ่านแล้วรักประเทศมากขึ้นมากกกกก

คนเสียสละชีวิตได้ถึงเพียงนี้น่าจะมีชีวิตที่แจ่มใสกว่านี้

หยุดทุกอย่างเถอะค่ะแล้วมาสามัคคีกันเถอะ

นางสาว นิตคณา คำดี เลขที่ 23 ก ม.6/11

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จากการที่ได้อ่านบทความของ หมวด ตี้ กับ ครู จูหลิงมานั้น

ทำให้เรารู้สึกถึงการรักประเทศชาติ

ยอมที่จะเสียสละเพื่อประชาชน

ประทับใจมากที่มีคนเก่งดังเช่น

2 ท่านนี้ ที่ยอมเสียสละเพื่อประเทศเพื่อมวลชนชาวไท

ทำให้เราคิดได้ว่าการที่จะเสียสละไม่ใช้เรื่องยาก!

น.ส.รจนนท์ มงคล ม.6/11 เลขที่ 19 ข.คะ

หิรัญปกรณ์ ปลื้มมะลัง กล่าวว่า...

ประเทศไทยของเรา ใครๆก็รัก แต่รักมากแค่ไหนนั้นก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆผมรักประเทศไทย อันเป็นแผ่นดินเกิดของผม และเป็ปากท้อง ปัจจุบัน และอนาคตของผม
ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่งรู้สึกซาบซึ้งใจที่มีคนไทยกลุ่มหนึ่งยอมเสียสละความสุขของตนเพื่อความสุขของคนทั้งชาติอย่างทั้งสองท่านครับ
ผมหวังอย่างยิ่งว่าในอนาคตตัวผมจะสามารถทำประโยชน์ให้ประเทศไทยได้มากกว่านี้ และคงหวังว่าอนาคตความสงบจะกลับมาสู่สามจังหวัดชายแดนใต้อีกครั้งหนึ่งจงได้
นายหิรัญปกรณ์ ปลื้มมะลัง 6/8 11ก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เสียชีพ แต่ไม่ยอมเสียชาติ
ขออาลัยกับการจากไปของเหล่าทหารกล้าทั้งหลาย
ขอบคุณที่ปกป้องประเทศของเราไว้

สิ่งดีๆที่มีจะไม่มีวันจางหาย แม้ความตายก็พรากจากไม่ได้...

นายชาญณรงค์ ร่วมเผ่าไทย ม.6/3 1ข

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อ่านแล้วรู้สึกเศร้าจังเลยค่ะ

Y___________Y

รู้สึกแย่มากมายที่ประเทศไทยของเราต้องสูญเสียคนดีๆไป

ไม่ใช่แคหมวดตี้กะครูจูหลิงนะคะ

อีกหลายๆครอบครัวที่ต้องสูญเสีย

มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากเลย



เมื่อไหร่เค้าจะหยุดทำเรื่องแบบนี้กันซะทีนะ


บ้านเมืองจะได้สงบสุข

จริงๆซะที !!!!!!!!!


ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของบุคคลที่น่ายกย่องทั้ง 2


นางสาวสุพิชชา ลาจันทึก ม.6/3 เลขที่ 20 ข

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ครูจูหลิงเป็นครูที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ เสียสละ ไปสอนถึงชายเเดนภาคใต้ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาไทย
น.ส. ประภาพร หรั่งกรุ่น
ม.6/9 เลขที่ 18 ข

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อ่านแล้วรู้สึกแย่ค่ะ เมื่อไหร่จะสงบกันสะทีน่าเบื่อมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จริงไหมค่ะอาจารย์


นางสาววรรณนภา สร้อยทอง ม.6/10 เลขที่ 13ข

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ไม่อยากที่จะสูญเสียคนดีๆอีกแล้ว

อยากเห็นคนไทยทุกคนสามัคคีกันค่ะ

อยู่บนแผ่นดินเดียวกัน รักและสามัคคีกันเถอะค่ะ

แล้วประเทศจะเป็นประเทศได้อย่างไงในเมื่อ

ไม่รักประเทศแบบนี้หยุดทุกอย่างเถอะค่ะ

สงสารคนดีๆมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

นางสาว ปริยอร อ่องสร้อย เลขที่ 17ข ม.6/11

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อ่านแล้วรู้สีกถึงความเสียสละอันใหญ่หลวงของหมวดตี้ที่มีต่อประเทศไทยอันเป็นที่รักของทุกคน
หมวดตี้คือวีรบุรุษของคนไทย เขาคือคนที่ทำให้คนไทยต้องรักประเทศชาติมากขึ้น และมีความสามัคคีกันมากขึ้น.......รักเสมอหมวดตี้

น.ส.สุรนันท์ เนาวรัตน์ เลขที่ 19ก. ม.6/12

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ความเสียสละ อันยิ่งใหญ่ ยอมเสียสละชีพเพื่อชาติ ถึงตายก็ไม่เสียใจ ตายอย่างสมศักดิ์ศรี คนรุ่นใหม่สมควรเอาเป็นแบบอย่าง

นางสาวมุกรินทร์ เพ็งสุวรรณ ม.6/6 เลขที่ 15 ข

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ชื่อนางสาว ณัฐฐา ภู่สงค์ ม.6/9 เลขที่ 11ก
มันน่าเศร้ามากที่ได้เห็นภาพหมวดตี้ ทำให้เรารักชาติมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

นางสาว ประไฟพิมพ์ เนตรโนนไทย ม.6/9 เลขที่ 17ข
ความเสียสละอันยิ่งใหญ่และความศรัทธาต่อหน้าที่แด่วีรบุรุษไว้ชั่วนิรันดร์จนทำให้เกิดแผ่นดินแห่งสันติภาพตลอดกาล

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของหมวดตี้และครูจูหลิง อ่านบทความของหมดตี้แล้วแสดงให้เห็นถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ ความรักชาติของคนคนหนหนึ่งที่ทำให้ชาติได้ทุกอย่าง ข้อคิดต่างๆที่หมวดตี้ได้เขียนไว้นั้นสามารถนำมาเป็นแบบอย่างแก่คนรุ่นหลังได้

น.ส.จุฑามาส มีดีภาค ชั้น ม.6/4 เลขที่13ก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอให้หมวดตี้กับครูหลับให้สะบายและจะจดจำ
วีรบุรุษกับวีรสตรีทั้งสองท่านไว้ในใจตลอดไปค่ะ
นางสาวกุสุมา เกื้อกิจ ม.6/6 เลขที่7ข

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สิ่งหนึ่งในคุณค่าความเป็นคน ก็คือการทำตัวให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าใครจะเห็นคุณค่าหรือไม่ก็ตาม การที่หมวดตี้ได้เสียสละครั้งนี้ถือว่าเป็นการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่มากครับ เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ขอให้หมวดตี้หลับให้สบายน่ะครับ แล้วขอให้ครอบครัวของหมวดตี้ไม่ต้องเสียใจ แล้วขอให้มีกำลังใจสู้ต่อไปน่ะครับ

นายธนิตนนท์ แก้วสง่า ม.6/4 เลขที่ 7ก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

นายคเณศพงศ์ เต็งตระกูลพานิช ม.6/4 เลขที่ 2ข

สงสารครูจูหลิงมากครับการทำความดีของครูจูหลิงน่ายกย่องมากครับ น่าที่จะเป็นแบบอย่างกับคนรุ่นหลังต่อไป การทำดีเพื่อประเทศชาติตอบแทนคุณแผ่นดินนั้นเป็นคุณธรรมที่ทุกคนควรกระทำครับท้านสุดนี้ ก็ขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวครูด้วยนะครับ สู้ต่อไปทำความดีต่อไปคับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จะอีกนานมั๊ย ที่เราจะไม่ต้องสูญเสียคนดีๆอย่างนี้อีก อยากให้คนไทยทุกคนรักกัน ถึงแม้ว่าต่างศาสนากัน ต่าง ต่างความคิดกันก็ตามค่ะ


ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งสองค่ะ


นางสาวธิดารัตน์ สิมาแก้ว ม.6/3 เลขที่11ก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อีกสักกี่ครั้ง.....ที่เราต้องสูญเสียคนดีๆอย่างนี้ คนที่ทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆแม้พวกเขาจะรู้ว่าที่ๆเขาไปอยู่นั้นอันตรายสักเพียงใดเขาก็ทำได้เพื่อตอบแทนแผ่นดินที่เขาเกิด ฉนั้นตอนนี้เรายังมีชีวิตอยู่เราก็ควรที่จะทำประโยชน์เพื่อชาติบ้าง.....รักกันไว้เถิดเราเกิดร่วมแดนไทย...ขอแสดงความเสียใจกับบุคลทั้งสองนี้ด้วยค่ะ

นางสาวประนอม คชสาร ม.6/10 เลขที่10ข

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

นับเป็นอีกหนึ่งกับเหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ก่อเหตุความไม่สงบไม่รู้จักจบสิ้น สร้างความสูญเสียแด่การจากไปของครูจูหลินและหมวดตี้ นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนขวัญและสร้างความเศร้าเสียใจให้กับครอบครัวของผู้จากไปและผู้เกี่ยวข้อง แต่ก็ถือว่าเป็นการพิสูจน์ถึงความกล้าหาญของวีรบุรุษและวีรสตรีผู้ที่เสียสละชีวิตของตนเพื่อชาติบ้านเมือง ถึงแม้ชีพจะลาลับจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ชื่อและความเสียสละของบุคคลทั้งสอง ก็ยังตราตรึงอยู่ในหัวใจคนไทยตลอดไป


นางสาวรัตนาภรณ์ เคหนาค ชั้น ม.๖/๘ เลขที่ ๑๙ ข.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

บางทีภาพเหล่านี้อาจจะสะท้อนอะไรหลายๆอย่าง มันมีทั้งเหตุและผลของตัวมันเองและบุคคลทั้งสองคนนี้ถูกเรียกจากปากคนอื่นว่าผู้เสียสละ คำสรรเสริญยกยอปอปั้นมีอยู่มากไม่ขาดสาย แต่จนวันนี้ตัวของข้าพเจ้าเองก็ยังมองไม่ออกว่าเราเสียใจให้บุคคลเหล่านี้แล้วเราทำอะไรให้ประเทศชาติบ้าง

"อย่าถามว่าสหรัฐอเมริกาให้อะไรคุณ
คุณให้อะไรแด่สาหรัฐอเมริกา"

จอห์น เอฟ. เคนเนดี

แล้วถ้าเปลี่ยนจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศไทยล่ะ คุณจะตอบกับตัวเองว่าอย่างไร?

นายเขมชาติ ดารามาศ ชั้นม.6/4 เลขที่ 2 ก.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เป็นอีกในนึงวันที่เป็นเหตุการณ์ที่น่าสลดใจสำหรับเหตุการณ์ที่ต้องสูญเสียบุคคลที่น่ายกย่องอย่างหมวดตี้ หมวดตี้เป็นคนที่ทำประโยชน์ให้แก่สังคมมากมาย เขาเลือกที่จะเสียสละความสุขของตัวเองโดยการเลือกไปปฏิบัติหน้าที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาช่างเป็นคนที่น่ายกย่องเสียจริงๆ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวหมวดตี้ด้วยครับ

นายชยุต แย้มโพธิ์ ม.6/4 เลขที่ 5ก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จะอีกนานมั้ย...ที่ประเทศไทยต้องสูญเสียบุคคลที่สำคัญและเป็นคนที่เสียสละอย่างหมวดตี้อีก ขอให้คนไทยรักกันให้มากๆ ถึงแม้ว่าจะต่างชาติต่างศาสนากันเราก็สามารถที่จะรักกันได้ เราคนไทยเราต้องรักกัน

นายณัฐดนัย สง่างาม ม.6/4 เลขที่ 4ข

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอให้อาจาร์สอนเด็กนักเรียนแบบฮาฮาตลอดไป

นายสุธีรยุทธ มาสำราญ ม.6/5 เลขที่ 10ก.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ไม่อยากให้ประเทศของเราเสียคนเก่งๆ
รักประเทศ และทำงานเพื่อประเทศไปเลย....
เราคนไทยทุกคนที่มีชีวิตอยู่ก็ควรที่จะรัก
สามัคคีกันไว้ให้มากๆๆๆ
คนที่ยอมสละชีวิตเพื่อประเทศจะได้หลับอย่างสบายใจ

น.ส.ชลธิชา สีเหนี่ยง ม.6/4 เลขที่.14ก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

หมวดตี้ เป็นบุคคลที่นับได้ว่าเป็นวีรบุรุษที่กล้าหาญ ยอมเสียสละชีวิตส่วนตัว เสียสละเวลาของตน และแม้กระทั่งเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อปกป้องแผ่นดินแม่ โดยที่ไม่กลัวความตาย ซึ่งหาได้ยากที่คนอายุเพียง 24ปีจะมีอุดมการณ์ที่แกร่งกล้าขนาดนี้ อย่างไรก็ตามวีรกรรมของหมวดตี้ คุณครูจูหลิง และอีกหลายๆคนที่ช่วนกันปกป้องประเทศ จะอยู่ในความทรงจำของคนไทยทุกคนตลอดไปค่ะ T^T
นางสาววิลาสินี สุขประเสริฐ เลขที่ 16ข. ม.6/4

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ผมเชื่อว่าเหตุการณ์มีการเกิดก็ต้องมีจบ
เช่นเดียวกับคนเรามีเกิดก็ต้องมีตาย
แต่คุณค่าที่เหลือไว้จะมากมายเพียงใดเท่านั้นเอง

สำหรับผม ผมคิดว่าครูจูหลิง และ หมวดตี้
ได้เหลือคุณค่าและความทรงจำดีดีไว้หาที่สุดไม่ได้

นายนรุตม์ ธีรดิษฐากุล เลขที่ 5ก ม.6/5

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อาจารย์คะ อาจารย์จะเชื่อหนูไหมว่าหนูอ่านแล้วร้องไห้โฮ่เลย ตอนแรกหนูขอสารภาพเลยว่า ตอนที่เกิดเรื่องขึ้นหนูก็คิดว่าทำไมคนถึงให้ความสนใจกันนักหนา ไม่ใช่ว่าหนูไม่แคร์สังคมนะคะ หนูก็รู้สึกแย่ แต่พอมาได้อ่านแล้ว หนูเข้าใจแล้วละค่ะ ว่า สิ่งที่พวกเค้าได้ทำให้กับประเทศชาตินั้น มากขนาดไหน เค้าไม่ได้ทำเพื่อความสุขสบายของตัวเองเลย แต่ทำเพื่อคนทั้งชาติ ทำให้หนูรู้สึกรักชาติมากขึ้น ทำให้หนูเข้าใจว่าในประเทศชาตินี้ยังมีคนทำหน้าที่อันทรงเกียรติแบบนี้อีกมาก หนูคิดอะไรไม่ออกแล้วค่ะ ยังร้องไห้อยู่เลย แงๆๆ

ชื่อ น.ส.พัชรินทร์ ลีจ้อย ชั้น ม.6/3 เลขที่ 13(ข)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สงสารคนที่ถูกโจรต้ายทำร้ายจัง

ทำไมเขาต้องทำอะไรแบบนี้ด้วย

ทุกคนต่างต้องการความสงบสุขในชีวิต

ไม่น่าจะทำกันแบบนี้เลย

จะต้องมีอีกกี่ชีวิตหนอที่จะต้องเสียสละให้เหตุการณ์

แบบนี้มันถึงจะสงบสุขเสียที

นายธนพล คล้ายพรหม ม.6/10 เลขที่ 2ก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เสียดายคนดีๆอย่างหมวดตี้ และครูจูหลิง
หนูขอเสียใจกับทั้งสองครอบครัวด้วยนะคะ
และอยากให้คนไทยมีความสามัคคีกัน
รักใคร่ปรองดองกัน

นางสาวนัฐติกา แหลมหลัก ม.6/10 เลขที่ 10ก

ปัทมา พุ่มลำเจียก กล่าวว่า...

เมื่อไหร่จะจบจะสิ้น
เมื่อไหร่เขาจะหยุดทำร้ายคนดี
เมื่อไหร่เขาจะคิดได้ ต้องทำอย่างไรค่ะ ประเทศไทยจึงจะสงบสุขสักที

ยังไงก้อสู้ๆกันต่อค่ะ

นางสาวปัทมา พุ่มลำเจียก เลขที่ 17ข.
ม.6/10

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อยากให้ประเทศไทยมีคนแบบนี้เยอะๆประเทศคงเจริญไม่น้อย ทำไมคนดีไม่มีที่อยู่มีแต่ที่สำหรับคนชั่วหนอ...น่าเศร้า
น.ส.สกุลรัตน์ นุตยวง เลขที่19กม.6/9

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

รู้สึกเศร้าจังเลยค่ะที่คนดีๆ ต้องเสียชีวิตจากแผ่นดินเราไป
ขอแสดงความเสียใจกับทั้งสองครอบครัวด้วยนะคะ
แม้ว่าจะจากไปแล้ว แต่สิ่งที่ท่านทั้งสองได้กระทำไว้ จะถูกบันทึกไว้ในหัวใจของคนไทยตลอดไป

นางสาว ทิพวรรณ ศรีสวัสดิ์ เลขที่ 8ก. ม.6/10

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

น่าภาคภูมิใจที่ประเทศเรามีคนดีๆเช่นนี้
แต่น่าเสียใจและน่าเสียดาย ที่ท่านทั้งสองต้องจากแผ่นดินเราไป
อยากให้คนไทยรักกัน ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกเลยค่ะ

นางสาวนันธิยา ศรีวรพจน์ เลขที่ 11ก ม.6/10

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

แค่อยากจะบอกว่า.... ทำอะไรประเทศชาติกันบ้าง อย่าเห็นแก่ตัวเอง ผมไม่ได้เก่งที่สุด ผมไม่ได้เจ๋งเป้ง ผมก็แค่.... รักประเทศไทย...



หนูชอบประโยคนี้มากคะ ถ้าคนไทยทุกคนคิดได้แบบนี้ประเทศของเราคงมีแต่ความสงบสุข คงไม่วุ่นวายอย่างทุกวันนี้คะ

นางสาวพาขวัญ สงวนชม ม6/6 เลขที่ 17ข.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ทั้ง2คน คือผู้ที่เสียสละแก่ประเทศชาติ

คือผู้ที่ทำให้เรามีความรู้สึกรักชาติของเรา ไม่เห็นแก่ตัว

แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน

ยังไง ก็ขอแสดงความเสียใจกับคนดีๆที่ต้องเสียสละชีวิตจากผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ไป

ภาพทุกภาพ ที่อาจารย์เก็บรวบรวม แล้ว ถ่ายทอดออกมา

บนหน้านี้ มีความประทับใจ ความรัก ความศรัทธา และสันติภาพที่อาจารย์บอกไว้จริงๆ

ผมไม่ลืมที่จะเตือนตนเองเสมอว่า "รักชาติ แต่ก็ต้องทำเพื่อชาติ..จริงๆ"



นาย ณฐกร คณโฑทอง ม.6/12 เลขที่ 6ข

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

หมวด ตี้ กับ ครู จูหลิง ถือว่าเป็นบุคคลที่น่านับถือเป็นอย่างยิ่งเพราะได้แสดงให้เห็นถึงความเสียสละในหลายๆด้าน อ่านแล้วรู้สึกเศร้าใจค่ะ

นางสาวชิติภรณ์ ศรีขจร ม.6/3 เลขที่ 10ข